ปัจจัยในการเลือกใช้ระบบชั้นวางสินค้า (Racking System)

ปัจจัยในการเลือกใช้ระบบชั้นวางสินค้า (Racking System)
          สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการจัดเก็บในคลังสินค้าที่สำคัญที่สุดก็คือ ชั้นวางสินค้าชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชั้นวางสินค้าแบบซีเร็คทีฟ โมบายแร็ค ไดร์ฟอินแร็ค ดับเบิ้ลดีฟแร็ค Rack ซึ่งเป็นชั้นวางขนาดใหญ่ที่ไม่ปูพื้นในแต่ละชั้น จะมีเพียงคานหน้าหลังไว้สำหรับรับน้ำหนักของพาเลทและสินค้า


          เนื่องจากการจัดเก็บจะเน้นไปทางแนวสูง เพื่อประหยัดพื้นที่คลัง ดังนั้น ชั้นวางเหล่านี้ โดยทั่วไปจึงมักจะสูงตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไปถึง 10 กว่าเมตร ซึ่งจะต้องใช้รถยกไฮดรอลิกช่วยยกสินค้าบนแพลเลทขึ้นไปวางบนคานของชั้นวางในระดับต่าง ๆ
ด้วยเหตุนี้ การเลือกใช้ชั้นวางสินค้า และวางผังการติดตั้งชั้นวางสินค้า จึงเกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญ ๆ หลายด้านด้วยกัน ดังนี้

1. ชนิดของสินค้าที่จะจัดเก็บ

          สินค้าจะต้องการจัดเก็บบนชั้น เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สุดในการกำหนดอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่จะเลือกมาใช้ในกิจกรรมการจัดเก็บ ชนิดสินค้า ขนาดสินค้า และน้ำหนักของสินค้า เป็นตัวกำหนดว่า จะใช้พาเลทขนาดใด ชนิดใดมารองรับ และแต่ละพาเลทจะมีน้ำหนักสูงสุดเท่าไร ชนิดสินค้า ยังเป็นตัวกำหนดในการเลือกสรรชนิดชั้นวางด้วย เช่น สินค้าที่จะต้องเข้าก่อน-ออกก่อน หรือเข้าก่อน-ออกทีหลัง เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน หรือสินค้าหลากหลายชนิด ต้องการเลือกเบิกจ่ายตลอดเวลาหรือไม่ ปริมาณสินค้ามีมากน้อยแค่ไหน ต้องการจัดเก็บบนชั้นวางเป็นจำนวนกี่พาเลท ต้องวางสูงแค่ไหน ใช้ชั้นวางทั้งหมดรองรับพาเลทกี่ตำแหน่ง

2. ชนิดของแผ่นแพลเลท
          ขนาดของแผ่นแพลเลท จะต้องเลือกให้สามารถรับน้ำหนักสูงสุดของสินค้าที่จะกองบนแผ่นได้ และต้องคำนึงถึงการวางบนคานชั้นวางว่า จะวางทางแนวกว้างหรือแนวแคบ ชนิดและขนาดของพาเลทจะเป็นตัวกำหนดว่า ชั้นวางที่จะติดตั้ง ควรจะกว้างลึกเท่าไร ขณะเดียวกัน ก็เป็นตัวกำหนดรถยกที่จะใช้ว่า ต้องรับ นน.เท่าไร งาหน้ากว้างหรือแคบ ยกได้สูงเท่าไร
จำนวนพาเลท จะเป็นตัวกำหนดว่า ควรจะเลือกชั้นวางแบบหนาแน่นเพียงใด และมีความสูงกี่ระดับชั้น

3. พื้นที่ของคลังสินค้า
          ลักษณะพื้นที่ของคลังสินค้า ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการขณะเลือกชั้นวาง ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าออก ขนาดประตู ความสูงของเพดาน ขนาดความกว้างความยาว ซึ่งล้วนเป็นข้อจำกัดที่การติดตั้งชั้นวาง จะต้องอยู่ในขอบเขตของพื้นที่ดังกล่าว จะต้องคำนึงถึงความต้องการในการจัดเก็บ และการทำงานของรถยกที่จะวิ่งเข้าออกเวลาเบิกจ่าย

4. ชนิดรถยกที่จะใช้
          รถยกจะต้องมีความสามารถในการยกน้ำหนัก load capacity เพียงพอกับน้ำหนักสูงสุดของสินค้าบนพาเลท ขณะเดียวกัน ก็ต้องสามารถยกสูงได้ถึงชั้นวางสูงสุดที่จะติดตั้ง ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ต้องคำนึงถึงขนาดของตัวรถว่า สามารถกลับตัวเพื่อหันหน้าเข้าชั้นวางในขณะยกสินค้าขึ้นเก็บหรือเบิกจ่ายได้ด้วย นั่นคือ การติดตั้งชั้นวาง จะต้องจัดให้มีระยะความกว้างของทางวิ่งระหว่างชั้น เพียงพอกับรถดังกล่าวด้วย

5. ระบบการหมุนเวียนของสินค้า
          หากสินค้ามีจำนวนมาก และหมุนเวียนเร็ว หมายความว่า ต้องมีการนำเข้าและเบิกจ่ายถี่มาก รถยกต้องมีขีดความสามารถในการทำงานหนักได้ตลอดเวลา หรือต้องใช้ชั้นวางที่มีลักษณะกึ่งอัตโนมัติ หรืออัตโนมัติ ที่ควบคุมด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์    ชนิดสินค้าต้องหมุนเวียนแบบ FIFO หรือ LIFO ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการเลือกชั้นวางต่างกัน เช่น การหมุนเวียนสินค้าแบบเข้าหลังออกก่อน (LIFO) อาจเลือกแบบ Drive-in หรือ Push Back แต่ถ้าต้องการหมุนเวียนสินค้าแบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) อาจเลือกแบบ Selective หรือ Flow เป็นต้น

บนพื้นฐานปัจจัยข้างต้น หลักคิดพื้นฐานประการหนึ่ง ที่เป็นทางเลือกสำคัญเวลาเลือกชนิดชั้นวาง ก็คือ จะเน้น ความหนาแน่น หรือ ความคล่องตัวในการเข้าถึง ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกชนิดชั้นวางสินค้าได้อย่างเหมาะสม

ลูกค้าของเรา

Site Link